เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2568 กองทัพจีนยิงจรวดหลายลำกล้องนำวิถีพิสัยไกล PCL-191 (MLRS) ขนาด 300 มม. มากกว่า 200 ลูกจากเมืองผิงถาน มณฑลฟูเจี้ยน ข้ามช่องแคบไต้หวัน ตามรายงานระบุว่า หัวรบของจรวดได้ตกลงสู่น่านน้ำสากลทางตอนเหนือของเกาะไต้หวันในระยะเพียงไม่กี่ไมล์ทะเลเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการยกระดับความรุนแรงในระหว่างการซ้อมรบปิดล้อมเกาะไต้หวันของจีน ภายใต้รหัสเรียกขาน "Justice Mission 2025"

ขณะที่สื่อต่างประเทศ AFP รายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ที่ถามว่าผู้นำสหรัฐมีความคิดเห็นอย่างไร กรณีจีนเปิดปฏิบัติการซ้อมรบครั้งใหญ่ด้วยกระสุนจริง ที่ใช้ชื่อรหัสว่า "ภารกิจยุติธรรม 2025" ซึ่งมีการจำลองการปิดล้อมเมืองท่าสำคัญรอบเกาะไต้หวัน ทั้งนี้ทรัมป์ตอบว่าเขาไม่รู้สึกวิตกกังวลแต่อย่างใด และว่าจีนมีการซ้อมรบทางทะเลที่ช่องแคบไต้หวันมานานถึง 20 ปีแล้ว แต่ครั้งนี้ผู้คนกลับมองเรื่องนี้ด้วยมุมมองที่แตกต่างไป

ทรัมป์กล่าวต่อว่า “ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับประธานาธิบดีสี และสีก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับผม ผมเห็นการซ้อมรบแบบนี้มาแล้ว” และว่าเขาไม่เชื่อว่าสีจะสั่งโจมตีไต้หวัน

ปฏิบัติการซ้อมรบจำลองการโจมตี 5 พื้นที่สำคัญรอบเกาะไต้หวันซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม 2568 มีขึ้นหลังจากสหรัฐอนุมัติขายอาวุธล้อตใหญ่มูลค่า 1 หมื่น 1 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ให้ไต้หวันเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้สหรัฐให้การสนับสนุนไต้หวันในการปกป้องตนเองมานานหลายทศวรรษ แต่ไม่เคยพูดชี้ชัดว่าจะใช้ปฏิบ้ติการทางทหารแทรกแซงหรือไม่หากไต้หวันถูกโจมตี

สำนักข่าวAFPรายงานว่า ทางการไต้หวัน ประณามการซ้อมรบทางทหารของจีนอย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็นการ ละเมิดบรรทัดฐานระหว่างประเทศ และ บั่นทอนสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน จากการซ้อมรบครั้งนี้ ทำให้หน่วยงานของไต้หวันออกแถลงการณ์ตอบโต้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

ทั้งทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน, กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน และ กระทรวงกลาโหมไต้หวัน โดยระบุว่า การซ้อมรบของจีนเป็นการ ข่มขู่ทางทหาร และขอให้ประชาชนรักษาความสงบ

ทางการไต้หวันย้ำว่า การซ้อมรบครั้งนี้ เกิดขึ้นโดยไม่มีการแจ้งเตือนไปยังไต้หวัน รวมถึง ไม่มีการแจ้งต่อหน่วยงานการบินและการเดินเรือระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยในภูมิภาค

นาง แคเรน กัว โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน ระบุว่า การซ้อมรบของจีนขัดต่อความคาดหวังของประชาคมโลกที่ต้องการเห็นเสถียรภาพในภูมิภาค และเป็นการท้าทายบรรทัดฐานสากลที่มีอยู่ เธอกล่าวว่า “รัฐบาลไต้หวันขอประณามทางการจีนอย่างรุนแรง ที่เพิกเฉยต่อบรรทัดฐานระหว่างประเทศ และใช้การข่มขู่ทางทหารต่อประเทศเพื่อนบ้าน” พร้อมย้ำว่า ท่ามกลางการยั่วยุฝ่ายเดียวจากจีน หน่วยงานด้านความมั่นคงของไต้หวันได้ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในระดับสูงสุด และเตรียมมาตรการป้องกันอย่างรอบด้าน เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประเทศและประชาชน